เมื่อต้องเจอเหตุการณ์ที่ต้องใช้เงินก้อนแบบกะทันหัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่ต้องเสริมสภาพคล่อง ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล หรือปัญหาเร่งด่วนในครอบครัว หลายคนก็มักมองหาวิธีที่ช่วยให้ได้เงินเร็วและปลอดภัย หนึ่งในตัวเลือกที่นึกถึงก็คือ การนำรถไปใช้เป็นหลักประกัน
แต่พอคิดจะทำจริง ก็เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า รถที่ยังผ่อนกับไฟแนนซ์อยู่ เอาไปจำนำได้ไหม
คำตอบคือ ทำได้ครับ เพียงแต่ไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะทำได้เลยทันที เพราะผู้ให้บริการจะมีเงื่อนไขและเกณฑ์ต่างๆ ที่ต้องตรวจสอบก่อน เช่น ผ่อนมาเท่าไหร่แล้ว รถยังมีมูลค่าตลาดมากน้อยแค่ไหน รวมถึงประวัติการผ่อนชำระของเรา ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ควรเช็กข้อมูลของตัวเองให้พร้อม เพื่อจะได้ประเมินว่าเหมาะกับการใช้วิธีนี้หรือไม่

รถยังผ่อนไม่หมด จำนำได้จริงหรือไม่
รถยนต์ที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ จะถือเป็นกรรมสิทธิ์ของไฟแนนซ์เนื่องจากเล่มทะเบียนยังไม่เป็นชื่อของเจ้าของรถเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เจ้าของรถยังสามารถนำรถไปขอรับเงินได้ในรูปแบบที่เรียกว่า จำนำรถติดไฟแนนซ์ หรือที่บางแห่งเรียกว่าจำนำเล่มไม่เต็ม ซึ่งมีหลักเกณฑ์ต่างจากรถที่ผ่อนหมดแล้ว
ตัวอย่างเช่น หากผ่อนมาแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง และรถยังมีมูลค่าตลาดค่อนข้างดี ผู้ให้บริการจำนำสามารถประเมินวงเงินให้ได้ โดยยึดราคาตลาดปัจจุบันของรถ แล้วนำมาหักลบกับยอดหนี้ไฟแนนซ์ที่คงเหลือ เพื่อคำนวณวงเงินสุทธิที่ปล่อยได้จริง
อีกประเด็นที่หลายคนมักเข้าใจผิด คือเรื่องวงเงิน หลายคนคิดว่าจะได้รับวงเงินใกล้เคียงราคาตอนออกป้ายแดง แต่ในความเป็นจริง ผู้ให้บริการพิจารณาจากมูลค่าตลาดปัจจุบันของรถเท่านั้น จากนั้นจึงหักด้วยยอดหนี้ที่ยังติดกับไฟแนนซ์ ทำให้จำนวนเงินที่ได้รับจริงมักต่ำกว่าที่หลายคนคาดหวังไว้
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจนำรถที่ยังผ่อนอยู่ไปจำนำหรือขอสินเชื่อ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบข้อมูลของตัวเองให้ชัดเจน เช่น ยอดหนี้คง
เงื่อนไขทั่วไปของการจำนำรถติดไฟแนนซ์
1. ชื่อผู้ขอสินเชื่อต้องตรงกับสัญญาไฟแนนซ์
ผู้ยื่นเรื่องต้องเป็นเจ้าของรถในทางสัญญาอย่างแท้จริง โดยต้องมีชื่อเป็นผู้เช่าซื้อในสัญญาไฟแนนซ์ ไม่ใช่เพียงผู้ใช้รถแทนบุคคลอื่น เพราะสถาบันการเงินต้องใช้ข้อมูลนี้ในการยืนยันสิทธิ์ในการทำสัญญาเพิ่มเติม
2. รถต้องมีมูลค่าตลาดและไม่มีภาระทางกฎหมาย
รถจะถูกนำไปประเมินราคาตามสภาพปีรถ รุ่น และความนิยมในตลาด รถที่เคยชนหนัก น้ำท่วม หรือมีประวัติทางกฎหมาย เช่น ถูกอายัด หรืออยู่ระหว่างคดี มักไม่สามารถนำมาพิจารณาได้
3. ตรวจสอบประวัติการผ่อนชำระย้อนหลัง
ไฟแนนซ์หรือผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนใหญ่จะดูวินัยทางการเงินของผู้ขอ โดยเฉพาะประวัติการจ่ายค่างวด หากมีประวัติค้างชำระบ่อย หรือจ่ายล่าช้าเป็นประจำ โอกาสได้วงเงินสูงหรือผ่านอนุมัติก็จะลดลง

4. อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสัญญาที่แตกต่าง
การจำนำรถที่ยังติดไฟแนนซ์มีความเสี่ยงมากกว่าสำหรับผู้ให้บริการ ทำให้อัตราดอกเบี้ยมักสูงกว่ารถปลอดภาระ รวมถึงอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เช่น ค่าดำเนินการ ค่าโอนสิทธิ์ หรือค่าประเมินราคา
5. จุดที่หลายคนมักพลาดในการทำสัญญา
ปัญหาที่พบได้บ่อยคือผู้ขอสินเชื่อไม่อ่านรายละเอียดในสัญญาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเงื่อนไขเรื่องค่าปรับกรณีชำระล่าช้า อัตราดอกเบี้ยผิดนัด และค่าใช้จ่ายแฝงบางรายการ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ยอดหนี้พุ่งสูงกว่าที่คาดไว้ในระยะยาว
ตรงนี้เองที่หลายคนพลาด เพราะไม่ได้อ่านสัญญาให้ละเอียด ทำให้เจอค่าปรับสูงหรือถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายแอบแฝง
จำนำรถแบบจอดกับไม่จอด ต่างกันยังไง
จำนำรถจอด
รูปแบบจำนำรถจอด นี้ผู้ขอสินเชื่อต้องนำรถไปฝากไว้กับบริษัทหรือผู้ให้บริการตลอดระยะเวลาสัญญา รถจะถูกเก็บรักษาในพื้นที่ที่กำหนด เจ้าของรถจะไม่สามารถนำรถไปใช้งานได้ในช่วงเวลานั้น
ข้อดี – ผู้ให้บริการมองว่ามีความเสี่ยงต่ำ จึงมักเสนอวงเงินที่สูงกว่า และในบางกรณี อัตราดอกเบี้ยอาจต่ำกว่าแบบไม่จอด
จำนำรถไม่จอด
รูปแบบรถไม่ต้องจอดที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากผู้ขอสินเชื่อยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ เหมาะกับผู้ที่ต้องใช้รถทำงานหรือทำธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการมักจะกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น การติดตั้ง GPS การทำประกันชั้นหนึ่ง หรือกำหนดเงื่อนไขห้ามโอนขายรถในระหว่างสัญญา เพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดการผิดนัดชำระ
ข้อดี – เจ้าของรถยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ ไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงาน
การตัดสินใจควรพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความจำเป็นในการใช้รถในชีวิตประจำวัน วงเงินที่ต้องการ และความสามารถในการผ่อนชำระในอนาคต หากจำเป็นต้องใช้รถทุกวัน แบบไม่จอดจะเหมาะสมกว่า แต่หากต้องการวงเงินสูงสุด และไม่มีภาระต้องใช้รถต่อเนื่อง แบบจอดรถจะให้เงื่อนไขทางการเงินที่คุ้มค่ามากกว่
เทคนิคเลือกร้านจำนำรถที่ดี

นี่เป็นประเด็นหลักที่สำคัญที่สุด เพราะต่อให้รถยังผ่อนไม่หมดแล้วสามารถจำนำได้จริง แต่ถ้าเลือกที่ไม่ดี อาจเจอปัญหาใหญ่ เช่น โดนโกง รถถูกยึดไปขาย หรือเจอเงื่อนไขไม่เป็นธรรม
สิ่งที่ควรดูเวลาเลือกสถานที่จำนำรถ
- ร้านมีที่ตั้งจริง อย่าเลือกที่รับจำนำแบบไม่มีสำนักงาน ตรวจสอบได้ว่ามีที่ตั้งชัดเจน สามารถไปติดต่อได้จริง
- มีรีวิวลูกค้าเก่า อ่านรีวิวใน Google หรือ Facebook Page ดูว่ามีลูกค้าคนอื่นเจอปัญหาหรือไม่
- เงื่อนไขชัดเจน ถามให้ละเอียดตั้งแต่ต้นว่าอัตราดอกเบี้ยคิดยังไง ค่าปรับถ้าจ่ายล่าช้าคือเท่าไหร่ และหากผิดนัดชำระจะเกิดอะไรขึ้น
- จดทะเบียนถูกต้อง เลือกทำกับบริษัทที่จดทะเบียนและมีเอกสารทางกฎหมาย ไม่ใช่นายหน้าที่ไม่มีตัวตน เพราะแบบนั้นเสี่ยงสูงมาก
ประสบการณ์จริงของหลายคนที่เคยจำนำรถ
บางคนรีบใช้เงินแล้วไปทำกับที่รับจำนำที่ไม่มีชื่อเสียง ผลคือรถถูกยึดไปแล้วไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ ในขณะที่บางคนเลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือ มีสัญญาชัดเจน ก็สามารถหมุนเงินได้ทันเวลาโดยไม่ต้องเสียรถ ดังนั้น “การเลือกที่” สำคัญไม่แพ้เรื่องวงเงินที่เราต้องการเลย
รถที่ยังผ่อนไม่หมดสามารถนำไปจำนำได้จริง แต่ควรเลือกทำกับสถานที่ที่น่าเชื่อถือและมีเงื่อนไขชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต การอ่านสัญญาให้ละเอียด การตรวจสอบประวัติของบริษัท และการประเมินความจำเป็นของตัวเอง จะช่วยให้ร้านจำนำรถเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและคุ้มค่า
